วิธีช่วยเพิ่มความจำอย่างง่ายๆ
1.) หาเวลาที่เหมาะที่สุดกับการใช้ความคิดของเราในแต่ละช่วงวัน
แต่ละคนแต่ละวัยจะมีช่วงทองให้กับการคิดไม่เหมือนกัน
ว่ากันว่าคนมีอายุแล้วสมองจะเคลียร์ที่สุดก็เป็นช่วงเช้า
พวกหนุ่มๆสาวๆนั้นกว่าจะมีสมาธิในการคิดได้ก็จะเป็นช่วงบ่าย
ดูตัวเองว่าความคิดดีๆของเรานั้นมักจะมาช่วงไหน
แล้วเก็บช่วงนั้นไว้สำหรับงานที่ต้องการความคิดสร้างสรรค์
2.) หาความรู้อยู่เรื่อยๆรู้แบบกว้างๆไม่จำเป็นต้องรู้ลึกไปซะทุกอย่าง
แต่ความรู้ที่สะสมมาจากทุกเรื่องจะช่วยต่อยอดกับข้อมูลใหม่ๆให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น
ถึงแม้จะเป็นนักเขียนนวนิยายชื่อดัง ก็ไม่จำเป็นต้องจบด็อกเตอร์ด้านวรรณกรรม
3.) “จดไว้...ให้จำ”
เครื่องช่วยจำที่ดีที่สุดก็คือจดความรู้ที่สำคัญทุกอย่างลงในกระดาษ เขียนไว้กันลืม
สุภาษิตจีนบอกไว้ว่า
ถึงแม้ว่าหยดหมึกที่จางที่สุดก็จะอยู่ได้นานกว่าความจำที่ว่าแม่นที่สุด
4.) เพิ่มพลังกับกาแฟ แต่แค่แก้วเดียวหรือถ้วยเดียวก็พอนะ
ที่จะช่วยให้มีสมาธิขึ้นมาบ้าง แต่ถ้าเวลาเครียดๆละก็ห้ามเด็ดขาด เพราะจะทำให้ฟุ้งซ่านมากกว่าเดิม
5.) โยงเรื่องใหม่กับความจำเดิม
อย่าปล่อยเรื่องใหม่ๆเข้าไปอย่างไม่มีจุดเชื่อมโยง เช่น ถ้าจะจำชื่อคน
ก็ลองโยงความหมายหรือเสียยงของชื่อนั้นเข้ากับสิ่งต่างๆที่เราคุ้นเคย
เช่นคนชื่อจิ๋ว นิดหรือน้อย
ก็หมายถึงอะไรที่เล็ก
6.) ฝึกจำอยู่บ่อยๆถึงจะอายุอ่อนกว่าแค่ไหน แต่ถ้าถ้าไม่เคยฝึกท่องจำเลย
ความจำก็อาจจะสู้คนแก่ไม่ได้ ถ้าไม่เชื่อลองนึกดูสิว่า ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน
ทำไมเราถึงไม่ลืมสูตรคูณที่เราท่องตั้งแต่สมัยเด็กได้
7.) ควรให้เวลาสมองได้รับเรื่องตลกๆหรือได้คิดอะไรที่ไร้สาระบ้าง
เป็นการให้ความคิดของเราได้พักผ่อน
8.) รู้จักดัดแปลง
ความคิดสร้างสรรค์มันมักจะเกิดขึ้นมาได้จากอย่างที่เราคุ้นเคยนั่นแหละ
จะเชื่อไหมล่ะ ถ้าบอกว่าวิธีเปิดฝากระป๋องแบบดึงขึ้นนั้น
ต้นตอมาจากการปอกเปลือกกล้วยนั่นเอง
9.) คบเพื่อนที่ฉลาดมีความคิดกว้างๆแล้วคำโบราณที่บอกว่าคบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผลนั่นมันเป็นจริง
การที่เราได้อยู่ใกล้กับคนที่มีความรู้
เป็นคนฉลาดที่เปิดรับความรู้ใหม่ๆอยู่เสมอนั้นจะช่วยให้เราได้คิดตามและฝึกสมองอยู่บ่อยๆ
10.) เอาใจใส่ เคยไหมที่เวลาได้เจอใครสักครั้ง แต่พอเราเจอครั้งต่อไป
เรากลับจำไม่ได้ว่าเขาชื่ออะไร ที่เป็นปัญหาอาจจะไม่ใช่เรื่องของความจำ
แต่เป็นเรื่องของการใส่ใจ ถ้าเราใส่ใจกับคนคนนั้นหรือสิ่งนั้น
เราจะจำได้มากกว่าที่เป็น
11.) ฟังเพลงโมสาร์ท ก่อนนอนเปิดงานเพลงของโมสาร์ทฟังสักหนึ่งรอบ
จะช่วยเรื่องความจำได้
12.) ออกกำลังกาย เพื่อช่วยเพิ่มออซิเจนที่ไม่ใช่แค่ให้ระบบต่างๆของร่างกายทำงานได้ดีขึ้น
แต่หมายถึงสมองได้รับออกซิเจนมากขึ้นด้วย
13.) ลองทำสิ่งใหม่ๆจะได้มีแนวความคิดที่แปลกใหม่อยู่เสมอ
แต่ต้องไม่ผิดกฎหมายและศีลธรรมนะ
14.) ตัดเครื่องรบกวนสมาธิทั้งหมด ขึ้นป้าย “ห้ามรบกวน!”ติดไว้ข้างตัวเวลาที่งานนั้นต้องใช้ความตั้งใจและมีสมาธิอย่างสูงและทางที่ดีดึงสายโทรศัพท์ออกไป
ไม่รับสายเข้าเลยดีกว่า
15.) เคล็ดลับเพิ่มความจำระยะสั้นท่องหนังสือ ก่อนเข้าประชุม กินน้ำตาลปริมาณ 1
ช้อนชา จะช่วยให้ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่า สดชื่น ในขณะเดียว
หากร่างกายได้รับน้ำตาลมากเกินไปจะก่อให้เกิดอาการซึมเศร้า ขาดความกระตือรือร้น
ลองดื่มกาแฟวันละ 1 ถ้วย น้ำตาล 1 ช้อนชา
เท่านั้นพอ
เคล็ดลับบำรุงสมอง
1.) จิบน้ำบ่อยๆสมองประกอบด้วยน้ำ 85% เซลล์สมองก็เหมือนต้นไม้ที่ต้องการน้ำหล่อเลี้ยง
ถ้าไม่มีน้ำต้นไม่ก็จะเหี่ยว
ถ้าไม่อยากให้เซลล์สมองเหี่ยวซึ่งส่งผลให้การส่งข้อมูลช้า กลายเป็นคนคิดช้า
หรือคิดไม่ค่อยออก แต่ละวันจึงควรดื่มน้ำบ่อยๆ
2.) กินไขมันดี คนเราไม่ค่อยรู้ว่าสมองคือก้อนไขมันซึ่งจำเป็นต้องมีไขมันดีไปทดแทนส่วนที่สึกหรอ
แนะนำให้กินไขมันดีระหว่างวัน จำพวกน้ำมันปลา สารสกัดใบแปะก๊วย
ปลาที่มีไขมันดีอย่างปลาแซลมอน นมถั่วเหลือง วิตามินรวม น้ำมันพริมโรสเป็นน้ำมันดี
ที่ทำให้เซลล์ชุ่มน้ำ ส่วนวิตามินซีกินแล้วสดชื่น
3.) นั่งสมาธิวันละ 12 นาทีหลังจากตื่นนอนแล้ว
ให้ตั้งสติแล้วนั่งสมาธิทุกเช้า วันละ 12 นาที
เพื่อให้สมองเข้าสู่ช่วงที่มีคลื่น Theta ซึ่งเป็นคลื่นที่ผ่อนคลายสุดๆ
ทำให้สมองมี Mental Imagery สามารถจินตนาการเห็นภาพและมีความคิดสร้างสรรค์
ถ้าทำไม่ได้ในตอนเช้า ก็ให้หัดทำก่อนนอนทุกคืน
4.) ใส่ความตั้งใจ การตั้งใจในสิ่งใดก็ตาม
เหมือนการโปรแกรมสมองว่านี่คือสิ่งที่ต้องเกิด
ระหว่างวันสมองจะปรับพฤติกรรมเราให้ไปสู่เป้าหมายนั้น
ทำให้ประสบความสำเร็จในสิ่งต่างๆ เพราะสมองไม่แยกระหว่างสิ่งที่ทำจริงกับสิ่งที่คิดขึ้น
ทั้งสองอย่างจึงจำเป็นเสมือนสิ่งเดียวกัน
5.) หัวเราะและยิ้มบ่อยๆทุกครั้งที่ยิ้มและหัวเราะ จะมีสารเอ็นดอร์ฟิน
ซึ่งเป็นสารแห่งความสุขหลั่งออกกมาเท่ากับเป็นการกระตุ้นให้มีความอยากรักและหวังดีต่อคนอื่นไปเรื่อยๆ
6.) เรียนรู้สิ่งใหม่ทุกวันสิ่งใหม่ในที่นี้ หมายถึง
สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เช่น กินอาหารร้านใหม่ รู้จักเพื่อนใหม่
อ่านหนังสือเล่มใหม่ คุยกับเพื่อนร่วมงานและเรียนรู้วิธีการทำงานของเขา เป็นต้น
เพราะการเรียนรู้สิ่งใหม่ทำให้สมองหลั่งสารเอ็นดอร์ฟินและโดปามีนซึ่งเป็นสารแห่งการเรียนรู้
กระตุ้นให้อยากเรียนรู้และสร้างสรรค์ไปเรื่อยๆ เมื่อมีความสุขก็จะทำให้มีความคิดสร้างสรรค์
7.) ให้อภัยตัวเองทุกวัน ขณะที่การไม่ให้อภัยตัวเอง โกรธคนอื่น โกรธตัวเอง ทำให้เปลืองพลังงานสมอง
ส่วนการให้อภัยตัวเองเป็นการลดภาระของสมอง
8.) เขียนบันทึก ฝึกเขียนขอบคุณสิ่งดีๆที่เกิดขึ้นในแต่ละวันลงในสมุดบันทึก
เช่น ขอบคุณที่มีครอบครัวที่ดี ขอบคุณที่มีสุขภาพที่ดี ขอบคุณที่มีมิตรภาพที่ดี
เป็นต้น เพราะการเขียนเรื่องดีๆทำให้สมองคิดเชิงบวก
ช่วยให้หลับฝันดีตื่นมาทำสมาธิได้ง่าย มีความคิดสร้างสรรค์
9.) ฝึกหายใจลึกๆสมองใช้ออกซิเจน 20-25%
ของออกซิเจนที่เข้าสู่ร่างกาย การฝึกหายใจเข้าลึกๆจึงเป็นการส่งพลังงานที่ดีไปยังสมอง
ควรนั่งหลังตรงเพื่อให้ออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายได้มากขึ้น
ถ้านั่งทำงานหรือทำกิจกรรมนานๆอาจหาเวลายืนหรือเดินยืดเส้นยืดสายเพื่อให้ปอดขยาย







.jpg)

.jpg)





.jpg)
.jpg)


.jpg)